062-695-4245
kanniga@mydigitalpartner.co.th

BLOGS

26 Jan 2015

โฆษณายังไง ก็กำไรทุกที

/
Posted By

วันก่อนมีคนมาถามผมว่า ลงโฆษณาที่ไหน คุ้มที่สุด?

เจอคำถามแบบนี้ ก็ขออนุญาติถามกลับไปว่า “คำว่า คุ้ม  วัดกันที่ตรงไหนครับ?”

ใน โลกธุรกิจ คำว่าคุ้มไม่คุ้ม เราวัดกันที่บรรทัดสุดท้าย (bottom line) ใช่มั้ยครับ?  อธิบายง่ายๆคือ สรุปว่าเราทำกำไรสุทธิได้เท่าไหร่?

ใน ด้านการตลาดนั้น เราจะกำหนดงบโฆษณาโดยคิดเป็นสัดส่วนของเป้าของยอดขาย อาทิเช่น ต้องการขายของให้ได้ 1 ล้านบาท คิดว่าจะใช้งบการตลาดสัก 5% คือ 50,000 บาท  หลังจากนั้นถึงจะเอาตัวเลข 50,000 บาทนี้มากระจายต่อว่าจะไปลงโฆษณาที่สื่อไหน มีค่าการผลิตเท่าไหร่

พอลงโฆษณาไปตามแผนการตลาด ก็รอวัดผลยอดขาย แล้วค่อยมาสรุปกันว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่

ถ้ามีคนถามว่า ลงโฆษณา 100,000 บาทที่เวปไซต์ abc แพงหรือเปล่า?

มีวิธีคิดง่ายๆแบบนี้ครับ  ถ้าเราลงโฆษณา 100,000 บาท แล้วเราขายของได้ 500,000 บาท

โฆษณาที่นี่แพงหรือเปล่าครับ?

บางคนบอกว่า “ไม่แพง” แต่บางคนก็บอกว่า “แพง”    แต่ผมขอเปลี่ยนคำว่า “แพง หรือไม่แพง” เป็นคำว่า “คุ้ม หรือไม่คุ้ม” ดีกว่าครับ

ถ้าเราขายของได้ 500,000 บาท แล้วเรากำไรน้อยกว่า 100,000 บาท (20%) ก็ถือว่าโฆษณาที่นี่ “ไม่คุ้ม”

ดังนั้น การจะวัดว่าลงโฆษณาที่ไหนดี เราจะต้องรู้ 2 ปัจจัยหลักครับ
1. เรามีกำไรเท่าไหร่จากการขายสินค้านั้นๆ (Profit Margin)
2. โฆษณาชิ้นนั้น ช่วยให้เราขายของได้เท่าไหร่?

ปัญหา ก็คือ สื่อโฆษณาแบบดั้งเดิม เช่น ป้ายโฆษณา, โฆษณาทางสื่อทีวี วิทยุ นิตยสาร, หรือใบปลิวต่างๆ ยากที่จะทำการวัดผลลัพธ์โดยตรง ว่าลงโฆษณาที่ไหน แล้วมีผลต่อยอดแค่ไหน  โดยอาศัยสถิติในด้านสร้างการรับรู้เป็นหลัก แล้วคาดว่าคนจะสนใจ และใคร่อยากได้สินค้าของเรามาครอบครอง

แต่ใน โลก Online นั้น แตกต่างกันครับ เราสามารถลงโฆษณาออนไลน์ แล้วดึงให้คนมาเข้าเวปไซต์เพื่อขายสินค้าหรือบริการนั้นๆ หลังจากนั้นเราจะสามารถคำนวณต้นทุนในการได้มาซึ่งลูกค้าหนึ่งรายจากสื่อ โฆษณานั้นๆได้ (Cost per acquisition / CPA)

ยกตัวอย่างเช่น ผมทำคอร์สสัมนา คนละ 5,000 บาท รับ 100 คน ลงโฆษณาไปทั้งหมด 50,000 บาท ได้ลูกค้ามาทั้งหมด 100 คน

รายได้ผมคือ 5,000×100 = 500,000 บาท และรายจ่ายค่าโฆษณาของผมคือ 50,000 บาทต่อ 100 คน

คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการได้มาซึ่งลูกค้าหนึ่งคนผ่านสื่อโฆษณานี้คือ 50,000/100 = 500 บาทต่อคน

ต้นทุนของคอร์สนี้เฉลี่ยอยู่ที่คนละ 1,500 บาท + ค่าการตลาดต่อคน 500 บาท แสดงว่าผมเหลือกำไร 3,000 บาทต่อคน

ด้วยสมการแบบนี้แหละครับ ที่ทำให้โลกในยุค eCommerce นี้เติบโตกันได้แบบก้าวกระโดด

Comments

comments


Leave a Reply