062-695-4245
kanniga@mydigitalpartner.co.th

BLOGS

12 Sep 2015

เรื่องเล่าจากเรื่องจริง”พลิกเวปไซต์ ทำกำไรไม่รู้จบ”

/
Posted By


“มีใครทราบมั้ยครับว่า เดือนที่ผ่านมามีคนเข้าชมเวปไซต์ของโครงการของเรากี่คน?”

ผมถามคำถามนี้ท่ามกลางที่ประชุมกับทีมบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่หลายพันล้าน พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆห้องประชุม แต่ไม่มีใครให้คำตอบผมเลยสักคน

“น่าจะเยอะพอสมควรนะค่ะ เพราะเรามีการแจกใบปลิวของโครงการไปประมาณสองหมื่นกว่าชุด เมื่อสองอาทิตย์ก่อน”

“ใช่ๆ เราขึ้นป้ายโฆษณาตั้งหลายแห่งรอบๆโครงการ แถมยังไปออกบู้ธในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองอีกด้วย”

“อาทิตย์ก่อน เรายังมีการส่ง sms ไปให้ลูกค้าอีกหลายพันรายด้วยครับ”

หลังจากนั้นก็มีเสียงสนับสนุนต่างๆเข้ามา เพื่อเสริมความมั่นใจว่า เวปไซต์ของโครงการนั้น น่าจะมีคนเข้าเยี่ยมชมเยอะ จริงๆ แต่ไม่มีใครมีข้อมูลทางสถิติที่แท้จริงที่สนับสนุนความเชื่อของตนเอง

ผมเลยเสนอความคิดเห็นไปว่า “เอาแบบนี้ดีกว่าครับ ผมขอเวลาไปศึกษาสถิติการเยี่ยมชมเวปไซต์ของโครงการ และทำการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นมาให้ แล้วพบกันใหม่ในการประชุมครั้งอาทิตย์หน้าครับ”

ในการประชุมครั้งถัดมา ผมเปิดกราฟที่แสดงสถิติการเยี่ยมชมเวปไซต์ของลูกค้าในเดือนที่ผ่านมาให้ทุกคนดู หลังจากนั้น ทั้งห้องก็เงียบกริบ

……………………………………….

……………………………………….

……………………………………….

“จากข้อมูลใน Google Analytics แสดงให้เห็นว่าสองเดือนที่ผ่านมา เรามีคนเข้าชมเวปไซต์ เฉลี่ยวันละ 15 คนเท่านั้นเองครับ ซึ่งในห้องประชุมนี้รวมๆก็สิบกว่าคนแล้ว นั่นหมายความว่า สิ่งที่ทุกคนคาดว่าเวปไซต์น่าจะมีคนเข้าชมเยอะนั้น จริงๆแล้วมีคนเข้าเวปไซต์เราน้อยถึงน้อยมาก”

Screen Shot 2015-08-18 at 2.31.32 PM

หลังจากนั้นสายตาทุกคู่ก็หันมาจับจ้องผมโดยพร้อมเพรียงกัน

“จากข้อมูลนี้ เราได้เรียนรู้ว่า สื่อการตลาดต่างๆที่เราได้พยายามสื่อสารออกไปทุกช่องทางนั้น อาจจะยังไม่ถึง กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง หรือกลุ่มเป้าหมายอาจจะหาเวปไซต์เราไม่เจอบนโลกออนไลน์ในยามที่เขาต้องการข้อมูล เพิ่มเติม ทำให้เราไม่สามารถวัดประสิทธิภาพการทำงานของเวปไซต์ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นผมขอเสนอให้ลองทำแผน การตลาดออนไลน์ในระยะสั้น แล้วเรากลับมาวิเคราะห์ผลลัพธ์กันอีกทีในสองอาทิตย์ข้างหน้า”

ผ่านไปสองอาทิตย์ ผมก็เอาผลลัพธ์กลับมาเสนอที่ประชุมอีกครั้ง

“ในสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เราได้ลงโฆษณาออนไลน์ในสื่อต่างๆ และเห็นได้ว่ามีคนเข้าเวปไซต์ของเราเพิ่มขึ้นเป็น เฉลี่ยวันละ 300 ราย ซึ่งเห็นได้จากกราฟที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างชัดเจน”

ทีมบริหารในห้องประชุมเริ่มมีสีหน้ายิ้มแย้ม และแจ้งผมว่า “ถ้าอย่างนั้น เราเพิ่มงบโฆษณาออนไลน์ขึ้นอีกดีมั้ยครับ จะได้ดึงคนมาเข้าเวปไซต์ของเราเยอะๆ?”

“ไม่ดีครับ เพราะถ้าวิเคราะห์สถิติเพิ่มเติม จะทำให้เราค้นพบว่า 90% ของคนที่เข้าเวปไซต์เรานั้นออกจากเวปไซต์เรา ทันทีที่เปิดหน้าแรก และโดยเฉลี่ยแล้วเขาใช้เวลาอยู่ในเวปไซต์ของเราไม่เกิน 35 วินาที

ผู้บริหารเจ้าของโครงการหันมาถามในทันทีว่า “อ้าว แบบนี้ก็เท่ากับว่าคนที่เข้ามาเวปไซต์ของเราแทบจะทุกคน ไม่ได้สนใจโครงการของเราเหรอครับ?”

“ไม่ใช่ครับ สาเหตุหลักของปัญหานี้เกิดจากสองปัจจัยครับ
ข้อแรกเวปไซต์ของโครงการนั้นไม่สามารถแสดงผลบน มือถือได้ ถ้าเปิดเวปไซต์ด้วยมือถือ จะขึ้นหน้าขาวๆ คนดูก็คิดว่าเวปไซต์เสีย และเนื่องจากโครงการของเราใกล้กับ สถานีรถไฟฟ้า ผู้คนที่ผ่านไปมาเมื่อสนใจโครงการ ก็จะค้นหาโครงการเราใน Google ด้วยมือถือของเขา ซึ่งแสดงว่า เขาสนใจโครงการของเรา และต้องการข้อมูลเพิ่มเติม แต่เมื่อคลิกที่โฆษณาของเรา เขากลับดูเวปไซต์ของเราไม่ได้ครับ

ข้อสอง เวปไซต์ของโครงการใช้เวลาโหลดเกือบ 2 นาที ซึ่งคนส่วนใหญ่ยุคนี้ ไม่มีใครอดทนรอกันนานขนาดนั้น หรอกครับ ซึ่งสิ่งนี้เป็นปัญหาที่การออกแบบและจัดทำเวปไซต์ครับ

จากข้อมูลทางสถิติของเวปไซต์โครงการที่เราได้ทำการวิเคราะห์ให้ทุกท่านฟัง ผมจำเป็นที่จะต้องเสนอให้ทำ เวปไซต์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งผมเข้าใจดีกว่าทางโครงการเพิ่งจะทำเวปไซต์เสร็จเมื่อไม่นานมานี้ แต่เนื่องจากเวปไซต์เดิมนั้น ทางทีมงานเล่าให้ผมฟังว่า ไม่สามารถติดต่อคนที่พัฒนาเวปไซต์ให้ได้แล้ว และไม่มีระบบหรือข้อมูลใดใดที่ทางผม สามารถเข้าไปแก้ไขหรือพัฒนาต่อได้เลย หรือพูดง่ายๆว่า เราไม่สามารถแก้ไขเวปไซต์เดิมได้เลย และเห็นได้ว่า เงินค่าโฆษณาออนไลน์ที่เราจ่ายไปในระยะสั้นๆนั้น แม้ว่าจะดึงคนเข้าเวปไซต์ แต่ไม่ได้ช่วยให้เราขายของได้เพิ่มขึ้นเลย เหมือนเรามีร้านค้าสักร้านนึง แล้วไฟในร้านเสีย น้ำไม่ไหล แม้ว่าเราจะไปโฆษณาให้คนเดินเข้าร้านมากแค่ไหน พอเดินเข้ามาได้แป๊บเดียว เขาก็จะเดินออกไปในทันที”

ตัวอย่างข้างต้นนี้ คือ เหตุการณ์จริงและเกิดขึ้นกับหลายธุรกิจที่เข้ามาขอคำปรึกษากับผม เพราะคนส่วนใหญ่ชอบคิดว่า “แค่ทำเวปไซต์ เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาดู” แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จริงๆว่า เวปไซต์ของเขานั้นมีคนเข้ามาดูมากน้อยแค่ไหน

คนส่วนใหญ่มองว่า เวปไซต์คือค่าใช้จ่าย ซึ่งทำให้เข้าใจผิด คิดว่าเวปไซต์นั้นทำยังไงก็ได้ แค่มีเวปไซต์ ก็น่าจะเพียงพอ สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ โดยใช้งบน้อยๆทำเวปไซต์ แล้วใช้เงินก้อนใหญ่ไปซื้อโฆษณาทำการตลาดออนไลน์

ผมอยากให้มองในมุมใหม่ เข้าใจว่า “เวปไซต์ คือเครื่องมือช่วยหารายได้” เสมือนเป็นพนักงานขายที่ขยันขายของ ให้เราตลอดเวลา พร้อมเข้าถึงคนได้ทั่วทั้งโลก และที่สำคัญที่สุดคือ เราสามารถวัดประสิทธิภาพของพนักงานขายคนนี้ ด้วยการเก็บข้อมูลทางสถิติที่ละเอียดสุดๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงแผนการตลาดออนไลน์ของเราให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลทางสถิติต่างๆที่ผมยกตัวอย่างมานั้น คุณเองก็สามารถศึกษาและวิเคราะห์เวปไซต์ของคุณเองได้นะครับ โดยทำการติดตั้ง Google Analytics ในทุกๆหน้าของเวปไซต์ หลังจากนั้นก็รอระยะเวลาเพื่อเก็บข้อมูลคน เข้าชมเวปไซต์สัก 1 อาทิตย์ (จริงๆวันเดียวก็ได้นะครับ แต่ข้อมูลน้อยเกินไปในการวิเคราะห์)

สำหรับกรณีศึกษาข้างต้นนั้น หลังจากทางโครงการจัดทำและปรับปรุงเวปไซต์ใหม่ พร้อมกับรุกการตลาดออนไลน์ เต็มรูปแบบ เวปไซต์ของโครงการก็มีคนเข้าเฉลี่ยวันละหลายร้อยราย ซึ่งจะเห็นได้ว่าจำนวนคนเข้าเวปไซต์เหมือน จะไม่ได้มากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มีคนลงทะเบียนสนใจโครงการวันละหลายสิบราย ช่วยให้พนักงานขายของ โครงการสามารถติดต่อไปชักชวนให้ข้อมูลลูกค้าเพิ่มเติม และชวนให้ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมโครงการมากขึ้น ส่งผลให้โครงการนี้มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า (ถ้าคิดเป็นมูลค่า น่าจะหลักหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว)

ในโลกออนไลน์ เราสามารถวัดผลลัพธ์ของข้อมูลต่างๆได้อย่างแม่นยำ โดยไม่มีคำว่า “คิดว่า, คาดว่า, หรือโดยประมาณ” แถมข้อมูลสถิติต่างๆที่เรารวบรวมนั้น ยังสามารถนำมาวิเคราะห์ เจาะลึก เพื่อวางแผนการตลาด และปรับแผนการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยนะครับ

Comments

comments


Leave a Reply