062-695-4245
kanniga@mydigitalpartner.co.th

BLOGS

22 Mar 2018

Facebook แอบฟังคุณจริงๆหรือ?

/

Facebook แอบฟังคุณจริงๆหรือ?

บางคนก็บอกว่า เดี๋ยว Facebook จะปรับโน่น ห้ามทำนั่น ทำนี่
บางคนก็บอกว่า Facebook จะเปลี่ยนกฎนั้น เพิ่มกฎนี้
บางคนก็ไปแปลบทความต่างประเทศมา แล้วพาดหัวข่าวให้คนตกใจ
แต่พออ่านเนื้อหาจริงๆก็ไม่มีอะไรมาก เป็นนโยบายบางส่วนที่ Facebook เขาอัพเดท

ล่าสุด มีข่าวลือหนาหูว่า Facebook แอบดักฟังเราในโทรศัพท์
บอกกันถึงขั้นที่ว่า “Facebook สอดแนมเราตลอดเวลา” เพื่อจะหาโฆษณาที่เหมาะสมมาแสดงให้เรา

วันนี้ผมจะมาสรุปประเด็นนี้ให้ฟัง พร้อมกับคำยืนยันจากทีมงานของ Facebook เกี่ยวกับข่าวลือนี้ดังนี้

ช่วงนี้มีแค่คนส่งข่าวลือต่อๆกันมาทาง Line เกี่ยวกับ Facebook

แล้วลองคิดตามกันดูนะครับ

1. การส่งสัญญาณเสียงผ่านทางอินเตอร์เนตนั้นใช้ปริมาณข้อมูลค่อนข้างสูง โดยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 3 kbs ต่อวินาที

สมมุติว่าคุณเปิดมือถือไว้ครึ่งวัน และมีการดักฟัง จะเท่ากับมีการใช้ข้อมูล 130 MB ต่อวันต่อคน ซึ่งมีประชาคนใช้ Facebook 150 ล้านคนใน US เทียบเท่ากับมีการใช้ข้อมูล 20 Petabytes ต่อวัน (เฉพาะปริมาณการส่งข้อมูลในอเมริกา) ซึ่ง

สรุปง่ายๆคือ ถ้า Facebook ดักฟังโทรศัพท์ของคนเล่น Facebook ทุกคนในอเมริกาจริงๆแค่ครึ่งวัน ปริมาณการส่งข้อมูลจะเพิ่มขึ้นประมาณ 33 เท่าต่อวัน ซึ่งแน่นอนจะส่งผลต่อต้นทุนการทำธุรกิจของ Facebook อย่างเห็นได้ชัด และน่าจะสะท้อนออกมาในงบการเงิน เพราะ Facebook เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ

อย่างไรก็ดี บางคนก็บอกว่า แต่ Facebook เงินเยอะ ทำแบบนี้ก็ไม่กระทบกระเทือนเท่าไหร่หรอก งั้นมามองในมุมของผู้ใช้งานอย่างเราๆกันบ้าง

อย่าลืมนะครับว่าการส่งข้อมูลจะเกิดขึ้นจากมือถือเรา upload ข้อมูล แล้วทาง Facebook download ข้อมูล
ดังนั้นถ้ามีการดักฟังข้อมูลจริง ปริมาณการใช้อินเตอร์เนตในมือถือเราก็น่าจะสิ้นเปลืองจนน่าตกใจ พูดง่ายๆว่ายังไม่ทันไร แพคเกจ 4G ก็หายไปในพริบตา

ไม่เชื่อก็ลองทดสอบง่ายๆโดยการ vdo call ใครสักคน และระหว่างนั้นก็เปิดมือถือค้นหาอะไรสักอย่าง
แล้วสังเกตว่าความเร็วในการใช้งานอินเตอร์เนตมันตกลงไปบ้างหรือเปล่า เพราะถ้ามีการดักฟังจริง ก็แสดงว่ามีการใช้งานอินเตอรืเนตซ่อนอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา และอีกข้อนึงคือมันจะส่งผลให้แบตเตอรี่มือถือของคุณหมดเร็วมากๆ

หรืออีกวิธีนึงคือเราสามารถดูปริมาณการใช้ข้อมูลในมือถือของเราได้ (mobile data usage) โดยมือถือ android เข้าไปที่ Setting > Connetions > Data Usage > Mobile Data Usage

Facebookดักฟังข้อมูล

สังเกตจากภาพนะครับ ปริมาณข้อมูลที่ผมใช้ใน Facebook นั้นแทบจะใกล้เคียงกับที่ผมใช้ใน Youtube นั่นก็แปลง่ายๆว่า
ผมน่าจะเสพปริมาณข้อมูลทั้งสองที่ใกล้ๆกัน ถ้า Facebook ดักฟังมือถือผมตลอดเวลจริง ข้อมูลในส่วนของ Facebook ควรจะสูงกว่า Youtube หลายเท่า

2. การดักฟังเราตลอดเวลาดูไม่น่าจะเป็นวิธีการที่ฉลาดสักเท่าไหร่ เพราะนอกจากจะเปลืองปริมารข้อมูลทั้งฝั่งคนใช้งาน และฝั่ง server ของ Facebook แล้ว การสกัดข้อมูลปริมาณขนาดนั้นเพื่อค้นหา “อะไรบางอย่างที่มีค่า” ก็น่าจะเทียบกับการค้นหาเพชรในกองขยะมหึมา วิธีการที่ชาญฉลาดกว่านั้นคือให้มี “คำพิเศษบางคำ” ที่กระตุ้นให้ระบบเกิดการทำงาน แล้วค่อยรวบรวมข้อความหลังจากนั้น วิธีนี้จะช่วยให้ระบบต่างชาญฉลาดขึ้น อย่างเช่นใน Android ก็จะมีคำว่า “OK Google” ใน iPhone ใช้คำว่า “Hey Siri”เพื่อเรียกผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัวขึ้นมาช่วยงานเราบางอย่าง

งั้นทำไม Facebook ไม่ทำแบบเดียวกันบ้าง เพื่อดักฟังแล้วจะได้เสนอโฆษณาที่ตรงใจเรา?

ระบบการโฆษณาของ Facebook นั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่เราคิด การจะประมวลผลแสดงโฆษณาให้ใครสักคนเห็น
ไม่ได้่เกิดจากการค้นพบ “คำใดคำหนึ่ง” ที่เราพูดถึง หรือว่าเราสนใจ แล้วก็นำโฆษณานั้นมาแสดงให้เราเห็น และถ้า Facebook จะทำการดัก “คำใดคำหนึ่งจริง” จากสิ่งที่เราพูด Facebook ก็ต้องทำการเตรียมคำเหล่านั้นเอาไว้จำนวนมหาศาล เพื่อจะจับคู่คำๆนั้นกับหมวดหมู่ความสนใจของการแสดงผลโฆษณา

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า ถ้าจะดักฟังเราตลอดเวลา จริงๆ Google ก็น่าจะทำได้ เพราะ Google เป็นเจ้าของระบบปฎิบัติการ Android ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำงานมือถือตระกูล Android ทั้งหมด

แต่ประเด็นหลักๆที่ทั้ง Google และ Facebook ไม่ทำนั้น น่าจะเป็นเพราะข้อถัดไป

3. ทั้ง Facebook และ Google อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ทั้งคู่ ถ้ามีการตรวจสอบว่ามีการดักฟังเสียงของผู้บริโภคจริง ก็จะผิดธรรมภิบาลขนานใหญ่ เรียกว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขั้นรุนแรง และจะกระทบกับคววามเชื่อมั่นและสั่นคลอนองค์กรแน่ๆ ซึ่งความเสียหายในส่วนนี้ถ้าเกิดขึ้นจริง ไม่น่าจะคุ้มจากรายได้จากการโฆษณาที่ระบบแอบดักฟัง แล้วเอามาประมวลผลโฆษณาได้

แต่มีคนบอกว่า Facebook แอบดักฟังเรา โดยการตั้งค่าในแอป Facebook ว่าขอใช้ไมโครโฟนในมือถือของเรานะ

จริงครับที่แอป Facebook เปิดใช้ไมโครโฟนของโทรศัพท์เราจริงๆ แต่เป็นการใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างที่ต้องการไมโครโฟน เช่น คุณจะทำ FB Live หรือคุณจะคุย VDO Call ผ่าน messenger ซึ่งถ้าคุณไม่อนุญาตให้ใช้ไมโครโฟนคุณก็ไม่สามารถใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้

แต่ถ้าคุณยังกังวลไม่หาย และไม่เชื่อที่ผมอธิบายข้างต้นจริงๆ คุณก็สามารถปิดไมโครโฟนในมือถือของคุณไม่ให้ Facebook ใช้ได้ดังนี้ครับ

ใน Android ให้เลือก Setting > Apps > Facebook > Permissions แล้วปิดตรง Micrphone
Facebookแอบฟัง

29511805_10155178142586603_2675433625163399168_n

Facebookแอบฟัง

Facebookแอบฟัง

ใน iPhone ให้เลือก Setting > Privacy > Microphone > เลือก Facebook เป็น Off

ถ้ากังวลถึงขีดสุด จะปิดไมโครโฟนใน App Messenger ที่เราเอาไว้ vdo call หรือโทรหาเพื่อนๆใน Facebook ก็ทำคล้ายๆกัน แต่เลือก App Messenger นะครับ

(บทความนี้อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจาก https://www.wired.com/story/facebooks-listening-smartphone-microphone/ ซึ่งผู้เขียนคือคนที่เคยทำงานใน Facebook ในด้าน Facebook Ads)

Comments

comments


Leave a Reply