062-695-4245
kanniga@mydigitalpartner.co.th

BLOGS

11 Jul 2018

A/B Testing

A/B Testing คือ Concept การทดสอบสิ่ง 2 สิ่งเพื่อหาว่าสิ่งใดดีกว่ากัน ซึ่งสามารถใช้ได้กับหลายเรื่อง แต่ในบทความนี้เราจะมาพูดในแง่มุมของด้านสื่อโฆษณาออนไลน์กันค่ะ

ลำดับแรก คุณจะต้องรู้ก่อนว่า คุณต้องการทดสอบอะไร การตั้งหัวข้อการทดลองทั่วๆไปจะมีอยู่ 2 แบบได้แก่ การเปรียบเทียบโฆษณา และการเปรียบเทียบกลุ่มเป้าหมาย

Ads_A_B

เปรียบเทียบโฆษณา

เป็นการทำโฆษณาแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้กลุ่มเป้าหมายนั้นเหมือนกัน และเปรียบเทียบโฆษณารูปแบบต่างๆ เพื่อที่เราจะได้ทราบว่าโฆษณาแบบไหน ข้อความอะไร เป็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มเป้าหมายของเรา พูดง่ายๆคือ กลุ่มหมายเหมือนกัน แต่โฆษณาไม่เหมือนกัน อาจจะต่างมากต่างน้อยขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการจะทดสอบส่วนไหนของภาพโฆษณา เช่นคุณอาจจะสงสัยว่า ถ้าโฆษณาของคุณ 2 โฆษณาใช้ภาพเหมือนกัน แต่จะทำปุ่มสั่งซื้อสินค้าให้มีสีที่ต่างกัน จะมีผลต่อการคลิกเข้ามาสั่งซื้อสินค้าหรือไม่ เป็นต้น กลุ่มธุรกิจที่มีคาแรคเตอร์กลุ่มเป้าหมายลูกค้าชัดเจน (เช่น กลุ่มเป้าหมายจะต้องมี Lifestyle แบบนี้ หรือจะต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น) มักจะเหมาะกับการเปรียบเทียบโฆษณาแบบนี้

โดยวิธีนี้จะทำให้คุณเข้าใจกลุ่มลูกค้าของคุณมากขึ้น ว่าเขาต้องการเห็นอะไร และอะไรน่าสนใจสำหรับเขา ซึ่งจะช่วยให้คุณส่งข้อความที่คุณต้องการจะนำเสนอกลุ่มคนเหล่านี้ได้ตรงจุด สามารถตอบโจทย์เขาได้ว่า สินค้าของคุณเหมาะกับเขาอย่างไร และเป็นการเพิ่มโอกาสที่กลุ่มคนเหล่านี้จะมาเป็นลูกค้าของคุณ

Targeting_A_B

เปรียบเทียบกลุ่มเป้าหมาย

วิธีนี้จะเป็นการเปรียบเทียบโดยใช้โฆษณาเพียงตัวเดียว แล้วกำหนดแยกกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มเพื่อเป็นการทดสอบว่าโฆษณาสินค้าหรือบริการของเรานั้นเหมาะกับลูกค้ากลุ่มใดมากกว่ากัน (การกำหนดกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ 2 กลุ่มขึ้นไปนั้นกลุ่มเป้าหมายจะต้องไม่ Overlap หรือทับซ้อนกันด้วยนะคะ ส่วนกลุ่มเป้าหมาย Overlap กันคืออะไรติดตามต่อได้ในบทความหน้าค่ะ)

ซึ่งจะสามารถช่วยให้ธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างกว้างได้ทราบว่า กลุ่มเป้าหมายที่เขาควรโฟกัสและควรให้ความสำคัญน่าจะเป็นคนที่สนใจเรื่องอะไร ช่วงอายุประมาณไหน ธุรกิจที่เป็นมีสินค้าแบบที่ทุกคนทุกเพศทุกวัยหาซื้อมาใช้หรือบริโภคได้ มักจะเหมาะกับลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งข้อดีของอันนี้คือทำให้คุณเข้าใจแบรนด์ของคุณมากขึ้นว่า จริงๆแล้วต่อให้สินค้าคุณจะเหมาะกับทุกคน แต่คนกลุ่มไหนล่ะที่น่าจะมีโอกาสเป็นลูกค้าของคุณจริงๆ และจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาของคุณได้อีกด้วยนะคะ

เมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการเปรียบอะไร ลำดับถัดมา คือ เราจะต้องทำการกำหนดตัวแปรต่างๆ ทุกตัวแปรที่ไม่ใช่จุดประสงค์ของการทดสอบ เราจะต้องกำหนดให้เหมือนทั้งหมด เพื่อควบคุมให้ผลการทดลองน่าเชื่อถือและมีประสิทธิมากที่สุด เช่น เราต้องการเปรียบเทียบสีของปุ่มสั่งซื้อสินค้าบนภาพโฆษณา เพราะฉะนั้นตัวแปรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพพื้นหลังบนภาพโฆษณา ข้อความที่ใช้ ตลอดจนถึงการกำหนดกลุ่มเป้าหมายก็ต้องเหมือนกันด้วย

EX

ลำดับสุดท้าย คือ การวิเคราะห์และวัดผล เพื่อหาข้อสรุปของการทำการทดสอบว่า สุดท้ายแล้วว่าคำตอบของการทดสอบนั้นคืออะไร เช่น จากข้างต้นที่เราพูดถึงการเปรียบเทียบสีของปุ่มสั่งซื้อสินค้า ขั้นตอนนี้เราจะต้องสรุปว่า โฆษณาที่ใช้ปุ่มสั่งซื้อสีอะไร ที่กลุ่มเป้าหมายคลิกเข้ามา หรือมีปฏิสัมพันธ์มากที่สุด เพื่อเราจะได้นำคำตอบตรงนี้ไปพัฒนาซื้อโฆษณาของเราต่อไปได้ค่ะ

Comments

comments


Leave a Reply