062-695-4245
kanniga@mydigitalpartner.co.th

BLOGS

14 Feb 2019

5 กลยุทธ์ ปั้นแบรนด์ให้แข็ง รีเทิร์นยอดขายให้แรง

/

ซื้อโฆษณาออนไลน์ไม่ยาก มีจุดประสงค์ (Objective), มีกลุ่มเป้าหมาย (Target) และมีชิ้นงานโฆษณา (Advertising) ก็จบแล้ว จริงหรือ?

ถูกต้องครับ… มี 3 สิ่งนี้ก็ซื้อโฆษณาออนไลน์ได้แล้ว

แต่คุณสังเกตไหมครับ? ว่าส่วนใหญ่แล้วคุณจะไปโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมาย ไปโฟกัสที่ชิ้นงานโฆษณา ซึ่งสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ และคุณเองก็มองข้ามสิ่งนั้นไป นั่นก็คือ “จุดประสงค์ของการทำการตลาด (แคมเปญ)”

ความจริงแล้ว สิ่งนี้นี่แหละครับที่เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง ว่าคุณจะต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร? และคุณจะต้องใช้ตัวชิ้นงานโฆษณาแบบไหน? ซึ่งจุดประสงค์ที่ว่านี้จะเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละช่วงนั่นเองครับ

เพราะสิ่งสำคัญคือ การสื่อสารที่…ถูกคน ถูกที่ และถูกเวลา”

เกริ่นกันมาพอสมควร มาดูกันดีกว่าครับว่า

  • พฤติกรรมของผู้บริโภคมีกี่ช่วง?
  • ในแต่ละช่วงคืออะไร?
  • และคุณจะสื่อสารกับผู้บริโภคในแต่ละช่วงอย่างไรบ้าง?
  • พร้อมกับยกตัวอย่างสั้นๆ ให้คุณได้เข้าใจมากขึ้น

พฤติกรรมของผู้บริโภคมีทั้งหมด 5 ช่วงด้วยกันครับ คือ

  1. Brand Awareness สร้างการรับรู้

ด่านแรก ทำให้สะดุดตา ทำให้รู้จักสินค้า ทำให้คนรู้จักแบรนด์”

เน้นปริมาณคนสนใจ และเน้นความถี่ที่เขาเห็นเพื่อสร้างความจดจำ

ส่วนจะต้องทำให้สะดุดตาใครนั้น ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของคุณครับ ในช่วง Brand Awareness นี้คุณยังไม่จำเป็นต้องทำให้เขารู้จักคุณมาก

ด่านนี้เป็นเพียงการปรากฎตัวเพื่อให้เขา (ว่าที่ของว่าที่ลูกค้าคุณ) เห็นแบบนิดๆหน่อยๆ แต่! บ่อยๆ จนเขาต้องถึงกับเอะใจว่า คุณคือใครกันแน่?

ยกตัวอย่าง  แบรนด์คุณเป็นแบรนด์ชุดเครื่องนอนสไตล์เท่ๆ หากลุ่มเป้าหมายให้เจอ ย้ำสไตล์แบรนด์คุณให้ชัดและ Mapping กันระหว่างความเท่ของแบรนด์กับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ แล้วสื่อออกมาในรูปแบบของภาพหรือวิดีโอที่น่าสนใจ เป็นต้น


  1. Consideration พิจารณา

ด่านที่ 2 เมื่อเขารู้จักเรา เราต้องรู้จักให้”

เน้นให้ผู้บริโภคเชื่อมั่น และมั่นใจในแบรนด์ของเรา

เป็นด่านที่เราจะต้องสร้างความมั่นใจ สร้างความคุ้นเคยให้กับผู้ที่เคยเห็นสื่อของเราเพื่อให้เขาคุ้นชินไม่ใช่แค่จดจำ

ทำให้เขาเห็นคุณค่าของแบรนด์คุณ คุณควรให้ข้อมูลกับเขาว่า เรื่องราวที่เกี่ยวกับสินค้าของคุณมันช่วยให้ชีวิตเขาดีขึ้นได้อย่างไร

ตัวอย่างขายชุดเครื่องนอน คุณอาจจะทำบทความให้ความรู้ว่า เครื่องนอนที่ใช้วัสดุแบบไหนช่วยให้หลับสบาย? เครื่องนอนแบบไหนเหมาะกับวัยไหน? เป็นต้น


  1. Purchase ซื้อ

ด่านที่ 3 อยากขายง่าย ให้ขายคนที่คุ้นเคยกับเรา”

คนที่คุ้นเคยกับเราคือใครครับ? คำตอบก็คือ คนที่รู้จักเรามาจากด่านที่ 2 แล้วนั่นเอง

เพราะ การทำการตลาดที่ง่ายที่สุดคือ ทำการตลาดกับคนที่สนใจสินค้าและคุ้นเคยกับเราแล้ว เราไม่ต้องบอกว่าเราเป็นใครใหม่อีกรอบ

ถ้าคุณขายหน้าร้านหน้าที่โฆษณาออนไลน์ที่คุณต้องทำคุณคือ ทำโฆษณา หรือบทความบอกชัดๆไปเลยครับ ให้เขารู้ว่าร้านคุณอยู่ตรงไหน? หรือเขาสามารถหาสินค้าคุณจากที่ไหนได้บ้าง?

แต่คุณขายออนไลน์หน้าที่คุณคือ ทำอย่างไรให้เขาซื้อง่ายที่สุด ขั้นตอนน้อยที่สุด อ่านข้อมูลแล้วเข้าใจทันทีไม่ต้องถามเยอะ ถ้าทำได้…ยอดขายมาไม่ยากเลยครับ

ขั้นตอนนี้สมมติถ้าคุณขายบนเว็บไซต์ และคุณได้ทำโฆษณาไป คุณจะสามารถวิเคราะห์ พร้อมกับทำโฆษณาได้ตรงกับพฤติกรรมของว่าที่ลูกค้าของคุณได้มากขึ้น ไว้มีโอกาสผมจะมาเล่าให้ฟังครับว่า Agency เขาวิเคราะห์และทำโฆษณาตรงนี้กันอย่างร?


  1. Retention การรักษาฐานลูกค้า

ด่านที่ 4 ซื้อแล้ว ต้องยิ่งรักแบรนด์คุณมากขึ้น”

เน้นการดูแล ด่านนี้เปรียบเสมือนการบริการหลังการขาย, การให้สิทธิพิเศษ หรือการให้ความรู้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง

จริงๆ ส่วนนี้ คือ ส่วนที่สำคัญมากนะครับ “ทำอย่างไร? ให้ลูกค้าเก่าของเราประทับใจในสินค้า, แบรนด์ หรือบริการ” เพราะ 80% ของยอดขายมาจากลูกค้าเก่านั่นเองครับ ถ้าเราทำตรงนี้ได้ คุณจะได้ลูกค้าที่จะกลับมาซื้อซ้ำอย่างแน่นอน

ยกตัวอย่าง คุณอาจจะสร้าง Line@ ขึ้นเพื่อให้คุณและลูกค้าได้ติดต่อกันสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการ Broadcast ข้อมูลดี สิทธิพิเศษต่างๆได้อีกด้วย

และสิ่งที่คุณจะชนะคู่แข่งได้คือ คุณต้องรู้จักเก็บข้อมูล Email หรือเบอร์โทรของลูกค้าไว้ เพราะคุณสามารถนำส่วนนี้มาทำ Remarketing สำหรับทำโฆษณาออนไลน์ได้เมื่อคุณมีสินค้าใหม่ หรือจัดโปรโมชั่น เป็นต้น


ด่านสุดท้าย !!

  1. Advocacy การสนับสนุน

ด่านสุดท้ายด่านที่ 5 รักแบรนด์นี้ จนบอกต่อ”

มาถึงด่านสุดท้ายได้ คุณเตรียมจุดพลุฉลองได้เลยครับ

เพราะคุณกำลังจะได้นักรีวิวชั้นเยี่ยม เป็นกระบอกเสียงให้คุณอีกแรง โฆษณาให้คุณแบบฟรีๆ

คุณรู้ไหมครับว่า การบอกต่อเนี่ย มีอิทธิพลต่อการซื้อมากนะครับ สมมติรุ่นพี่ที่คุณสนิทมาแนะนำสินค้าดีๆให้คุณฟัง มีหรือที่คุณจะปฏิเสธไม่สนใจ ไม่ซื้อตาม

แต่ในอีกมุมถ้าคุณทำไม่ดี จนคนบอกต่อเนี่ย กู้ชื่อมายากไม่ใช่เล่นๆเลยนะครับ เพราะฉะนั้น จะทำธุรกิจทั้งที ก็ทำให้ดีไปเลยดีกว่าครับ

สำหรับการทำโฆษณาให้คนกลุ่มนี้ก็เช่นเดียวกันกับคนในกลุ่มด่านที่ 4 นั่นแหละครับ หมั่นส่งข้อมูลดีๆ สร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง ให้สิทธิโปรโมชั่นพิเศษๆ เป็นรางวัล ได้ซื้อสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ก่อนใคร แค่นี้สาวกแบรนด์คุณก็ไม่ไปไหนแล้วครับ


จบกันไปกับ 5 กลยุทธ์ปั้นแบรนด์ให้แข็ง รีเทิร์นยอดขายให้แรง แนวคิดเหล่านี้ฟังแล้วก็ดูธรรมดาใช่ไหมล่ะครับ แต่จุดสำคัญมันอยู่ที่คุณลงมือทำแล้วหรือยัง ถ้าทำแล้วบอกผมหน่อยได้ไหมครับ? ว่าคุณกำลังอยู่ด่านไหนกันแล้ว และติดปัญหาอะไรกันอยู่?

ส่งคำถามของคุณมาได้ที่ Inbox Facebook Page ของ My Digital Partner แล้วผม…จะพาคุณไปดูว่า Agency เขาจะแก้ไขปัญหาของคุณกันอย่างไร?

Agency อยู่ใกล้แค่นี้ไม่ถามเรา แล้วคุณจะถามใคร?

เราจะช่วยให้ SME ดูแลตัวเองได้ และขยายเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน…กับเรา My Digital Partner แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไปครับ

Comments

comments


Leave a Reply