062-695-4245
kanniga@mydigitalpartner.co.th

BLOGS

4 Dec 2018

2 เหตุผลที่ไม่ควร Search หาโฆษณาตัวเองบน Google

แคมเปญที่โฆษณาในสื่อ Google ที่ผมพูดถึงบ่อยๆ คือแคมเปญอะไรครับ?

 

ถูกต้องครับ…นั่นก็คือ แคมเปญ Search” นั่นเอง

 

เป็นกันไหมครับ?…ทำแคมเปญแล้วก็อยากเจอโฆษณาของตัวเองให้ชื่นใจสักหน่อย ก็เลยขอลอง Search ด้วย Keyword ที่คุณใส่ลงไปในแคมเปญ แล้วหวังว่าจะเจอโฆษณาตัวเอง อาจจะเป็นการทดสอบ หรือ Search เล่นก็แล้วแต่ มีโอกาสครับที่จะไม่เจอโฆษณาตัวเอง เพราะอะไร แล้วแก้ไขอย่างไร จำกันได้ไหมครับ?…

 

หากจำกันไม่ได้สามารถแวะอ่านช่วงท้ายๆ บทความ “ตั้ง KEYWORD ยังไงให้ลูกค้าเจอแบรนด์คุณ” ได้ตามลิงก์นี้เลยครับ

https://www.mydigitalpartner.co.th/set-keyword/

 

ใครเคยอ่านแล้ว ตามมาต่อกันเลยครับ

มีคนเสิร์จโฆษณาตัวเองไม่เจอแบบนี้ แสดงว่าก็ต้องมีคนบางกลุ่มที่เสิร์จยังไงก็เจอโฆษณาตัวเองจริงไหมครับ ใครชอบเสิร์จหาโฆษณา Google Search ของตัวเองบ้างครับ? เสิร์จเจอแล้วจะรู้สึกดี โฆษณาฉันขึ้นด้วย มีไหมครับ?

 

เสิร์จพอทดสอบอันนี้ผมเข้าใจได้ แต่ใครที่พยายามเสิร์จให้เจอบ่อยๆ แวะมาเสิร์จเล่นๆ บ่อยๆ คุณรู้ไหมครับว่า…

มันก็มีข้อเสียเช่นกัน

แล้วเพราะอะไรครับ? เราถึงไม่ควร Search โฆษณา Google Search ของตัวเอง”

 

เพราะ ทุกครั้งที่คุณเสิร์จเจอ…ระบบจะนับการแสดงโฆษณานั้นเป็น 1 Impression หมายความว่ามีคนเห็นโฆษณาแล้ว 1 คนซึ่งนั่นก็คือตัวคุณเอง และโดยทั่วไป เจ้าของโฆษณามักจะไม่ Click เข้าไปที่โฆษณาของตัวเอง เพราะ Google จะคิดเงินทุกครั้งที่มีคน Click โฆษณาเท่านั้น แค่เห็นเฉยๆ Google ไม่คิดตังนะครับ

 

ก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนิครับ ทำไมถึงไม่ควรเสิร์จล่ะ”

 

เมื่อมีคำว่า Impression และ Click คำศัพท์ทางการตลาดคำหนึ่งจะตามมาด้วยเสมอครับนั่นคือ “CTR” (Click-Through-Rate) ซึ่ง CTR นี่แหละครับที่จะเป็นตัวช่วยในการวัดประสิทธิภาพของโฆษณาของคุณว่าการทำโฆษณาของคุณมีผลเป็นอย่างไร? โดย CTR มีสูตรดังนี้ครับ

 

CTR (Click-Through-Rate) = (Click (จำนวนคนคลิกโฆษณา) / (Impression (จำนวนคนเห็นโฆษณา)) x 100

 

หมายความว่า ค่า CTR ยิ่งสูง โฆษณาเรายิ่งดี เป็นที่น่าสนใจ และอาจบอกได้ว่าโฆษณาที่เรากำลังทำ กลุ่มเป้าหมายที่เลือก คีย์เวิร์ดที่ใช้นั้น เราเริ่มมาถูกทางแล้ว

ในทางกลับกัน หากคุณเสิร์จโฆษณาตัวเองบ่อยๆ การเสิร์จของคุณนั้นจะทำให้ค่า Impression มันสูงขึ้น และเมื่อค่า Impression สูงขึ้น ในขณะเดียวกันคุณเองก็ไม่คลิกโฆษณา เพราะเดี๋ยวระบบคิดเงิน แบบนี้จะทำให้ค่า CTR เป็นอย่างไรครับ?…

 

ใช่ครับ…ค่า CTR ของคุณมันจะต่ำลง”

 

หากคุณบอกว่า ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ซีเรียส ผมไม่ได้ทำแคมเปญให้ลูกค้า ไม่ได้ต้องการ Performance ที่สวยงามเพื่อไปให้ลูกค้าดูตอนส่ง Report”

 

คุณทราบไหมครับว่า คุณกำลังพลาดเรื่องอะไร?”

 

คุณกำลังพลาดจุดสำคัญที่ผมย้ำเสมอว่า การทำการตลาดออนไลน์เป็นสิ่งที่วัดผลได้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ออนไลน์แตกต่างจากการทำการตลาดที่ลงสื่อโทรทัศน์ หรืออะไรก็ตามแบบสมัยก่อน

การทำการตลาดออนไลน์จุดสำคัญ คือ คุณควรรู้จักวัดผล วัดประสิทธิภาพของโฆษณาคุณเอง เพื่อนำมาปรับ และแก้ไขต่อไปให้มันดียิ่งขึ้น

หากในจำนวน Impression ทั้งหมด มี Impression ที่ได้จากคุณปนอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก คุณว่า Impression พวกนั้น เป็น Impression ที่มีคุณภาพ เป็น Impression ที่ได้จากการที่ระบบพยายามส่งโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง…

“จริงๆหรือเปล่าครับ?”

Impression แบบนั้นผมมองว่า เป็น Impression ที่ไม่มีประโยชน์ครับ และทำให้ผลการวัดประสิทธิภาพไม่แม่นยำ ทำให้คุณไม่สามารถวัดผลการทำโฆษณาของคุณได้ ซึ่งอีกสิ่งที่จะตามมาโดยที่คุณไม่รู้ตัว นั่นก็คือ โฆษณาของคุณจะไม่ปรากฎให้คุณเห็นอีก…เพราะคุณเสิร์จโฆษณา แต่ไม่คลิก ระบบมันเรียนรู้อยู่เสมอครับ ระบบจะเข้าใจว่า โฆษณาชิ้นนี้ไม่เหมาะกับคุณ คุณไม่สนใจโฆษณาชิ้นนี้ และระบบจะไม่นำโฆษณาชิ้นนี้มาแสดงให้คุณอีกต่อไป แบบนี้ไม่ดีเลยใช่ไหมครับ?…

 

จากที่ผมอธิบายมาทั้งหมด คุณสามารถสรุปเหตุผล 2 ข้อสั้นๆ ที่คุณไม่ควรเสิร์จโฆษณาตัวเองได้ไหมครับ?”

ได้แก่

เหตุผลข้อที่ 1 คุณจะไม่สามารถวัดผล หรือวัดประสิทธิภาพโฆษณาได้เลย หรืออย่างดีที่สุด วัดได้ครับ…แต่ไม่แม่นยำ ซึ่งผมย้ำเสมอว่า…การทำการตลาดออนไลน์จำเป็นต้องวัดผลทุกครั้งเสมอครับ

เหตุผลข้อที่ 2 โฆษณาจะไม่แสดงให้คุณเห็นอีก เพราะมันเข้าใจว่าคุณไม่ได้สนใจโฆษณาชิ้นนี้คุณเลยไม่คลิกนั่นเองครับ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ทราบอย่างนี้แล้ว ยังมีใครอยากเสิร์จโฆษณาตัวเองเล่นๆ อยู่ไหมครับ หรือหากมีคนรอบข้างของคุณชอบเสิร์จโฆษณาตัวเองเล่นๆ แล้วล่ะก็ อย่าลืมแชร์ให้เขาอ่านกันด้วยนะครับ แล้วเรามาลุยการตลาดออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพไปด้วยกันนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

Comments

comments


Leave a Reply